แนวทางการปฏิบัติงานภายใต้ยุทธศาสตร์เกษตร

                                 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีปัญหาหลัก 2 ประการ

1. การปรับโครงสร้างของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งจะได้รับผลกระทบแตกต่างกันไป

2. ปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน ที่เราต้องแก้ไข และรวมพลังที่จะก้าวต่อไป เพื่อให้ภารกิจของเราสู่ประชาชนให้ได้

        การบริหารจัดการและโครงสร้างใหม่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ผลจากการประกาศใช้กฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และกฎหมายปรับปรุงโครงสร้างกระทรวง ผลกระทบของกระทรวง ฯ ในส่วนภูมิภาค ทำให้เหลือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในระดับรากหญ้า คือระดับตำบลระดับอำเภอ เพียงกรมเดียวเท่านั้น คือ กรมส่งเสริมการเกษตร สำหรับส่วนกลางจะมีการจัดกลุ่มภารกิจแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

1. กลุ่มอำนวยการ มีปลัดกระทรวง ฯ เป็นหัวหน้ากลุ่ม มีหน้าที่ปรับนโยบายให้เป็นแผนปฏิบัติของส่วนราชการ  กำกับดูแล และประเมินผล ประกอบด้วยสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ

2. กลุ่มพัฒนาการผลิต มีรองปลัดกระทรวง ฯ นายสิมา โมรากุล ดูแล ประกอบด้วย กรมวิชาการเกษตร
    กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมป่าไม้ที่เหลืออยู่ ภารกิจหลักคือเรื่องงานวิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ควบคุม     กำกับ ดูแล ผ่านกลไกที่มีอยู่ คือ เป็นครู

3. กลุ่มบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อการผลิต มีรองปลัดกระทรวง ฯ นายธำมรงค์ ประกอบบุญ ดูแล ประกอบด้วย  กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม     มีหน้าที่หลักในเรื่องการจัดสรรทรัพยากร
    สิ่งที่ต้องทำคือเรื่องของการจัดการ สิ่งที่ไม่ควรทำคือ สิ่งที่ได้มอบหมายให้กรมเฉพาะเป็นผู้ทำ ทำเรื่องบ้านของตัวเองให้ประชาชนมีบ้านอยู่ มีน้ำกิน

4. กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรและระบบสหกรณ์ มีรองปลัดกระทรวง ฯ นายชวาลวุฑฒ ไชยนุวัติ ดูแล  ประกอบด้วย กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ งานจะเน้นการพัฒนาคน     การจัดการเรื่องข้อมูล การจัดการโรงเรียนเป็นหลัก  มีหน้าที่สร้างโรงเรียนและบางครั้งเป็นอาจารย์ประจำโรงเรียนนั้นด้วย
    หัวหน้ากลุ่มภารกิจ อธิบดี รับผิดชอบในการบริหารงาน สามารถเสนอเรื่องต่าง ๆ ต่อ รมว. และ รมช.   ได้โดยตรงเกือบทั้งหมด ยกเว้นเรื่องที่สงวนไว้ให้ปลัดกระทรวง

       การปฏิบัติงานตามแนวนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แยกเป็น 3 เรื่องสำคัญ คือ
         1. การทำงานทุกเรื่องต้องมีเจ้าภาพ
         2. เน้นเรื่องการถ่ายทอดความรู้ให้ประชาชนมากกว่าการแจกปัจจัยการผลิต
         3. การบูรณาการงานในส่วนภูมิภาค (กลไกการจัดการในระดับรากหญ้า) ทั้ง 3 เรื่องเป็นองค์ประกอบทางการบริหาร ดังนั้นงานทุกงานที่ท่านไปจัดการต้องประกอบด้วย 3 เรื่องนี้
      กรอบในการปฏิบัติงานตามนโยบาย มี 5 เรื่อง คือ

1. การวิจัยและพัฒนาส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะศูนย์ทดลองหรือสถานีทดลองต่าง ๆ ควรวิจัยทดลอง   และถ่ายทอดเทคโนโลยีที่สนองความต้องการของพื้นที่ชุมชนที่ตนเองตั้งอยู่

2. การถ่ายทอดเทคโนโลยี เปลี่ยนจากเดิมที่เน้นการแจกปัจจัยการผลิต มาเน้นเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยี  ปัจจัยต่าง ๆ    ที่กำหนดไว้ในแผนงานเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีเท่านั้น

3. การบริหารจัดการ
     3.1 การจัดการข้อมูลและข่าวสาร
         - ข้อมูลต้องมีความแม่นยำ มีเอกภาพมากขึ้น
         - เรื่องข่าวสาร เป็นเรื่องที่มีความจำเป็น เป็นหน้าที่หลักที่หน่วยงานทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับตำบล อำเภอ   จังหวัด ต้องตระหนักและปรับปรุง
     3.2 การปฏิบัติตามกฎหมายและนโยบาย เราต้องทำงานทั้งเพื่อผู้ผลิต ผู้บริโภค   และทำการแข่งขันตลอดไปด้วย ฉะนั้น กฎหมายเป็นเรื่องที่เราต้องดูแล           ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัจจัยการผลิต   กระบวนการผลิต ความปลอดภัยทางอาหาร และอื่น ๆ

4. การบริการโครงสร้างพื้นฐาน โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ต้องไปร่วมกับการจัดการ จากการสำรวจพบว่ามีบางส่วนที่สร้างแล้วไม่ได้ใช้ หรือใช้แต่ไม่เต็มศักยภาพ ต้องมีการปรับปรุงในเรื่องนี้

5. การช่วยเหลือเกษตรกร แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การช่วยเหลือเกษตรกรเมื่อประสบภัยธรรมชาติ   และการช่วยเหลือเกษตรกรจากภัยทางเศรษฐกิจ

       จากกรอบการทำงานทั้ง 5 เรื่อง เมื่อจบการชี้แจงนโยบาย ฯ ครั้งสุดท้ายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2545 แล้วจะมีการเชิญหัวหน้ากลุ่มภารกิจ อธิบดี ประชุมร่วมกันเพื่อแปลงนโยบายเหล่านี้ให้เป็นแผนปฏิบัติให้ได้ อาจต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน และวิธีการบริหาร เราต้องเริ่มทำตามนโยบายที่ได้รับภายในเดือนมกราคมนี้
เรื่องที่ต้องกลับไปดำเนินการ 5 เรื่อง คือ

1. การบูรณาการงานที่จะไปถ่ายทอดเทคโนโลยี หัวหน้าส่วนราชการที่อยู่ในภูมิภาคต้องร่วมกันคิด หาทาง
    บูรณาการงานที่จะไปถ่ายทอดเทคโนโลยีของเราควรจะทำอย่างไร อย่างน้อยที่สุดก่อนช่วงเวลาเพาะปลูก หรือก่อนช่วงการผลิตศูนย์บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีต่าง ๆ     ควรมีกำหนดการที่จะให้ครูเข้าไปเยี่ยม  เข้าไปดูงานในแต่ละจังหวัด แต่ละอำเภอ แต่ละตำบล

2. ต้องร่วมกันกำหนดกระบวนการในการทำงาน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างราชการส่วนภูมิภาคบางส่วน  หน่วยที่เป็นหลักคือ หน่วยเคลื่อนที่ (Mobile Unit)    จะต้องเป็นครูเคลื่อนที่ก็ดี หน่วยคลินิกเกษตรที่จะต้องออกไปให้บริการอย่างอื่น เช่น การฉีดวัคซีน การตรวจโรค การพิสูจน์โรค    การรักษาโรค จะมีการจัดการและบูรณาการอย่างไร

3. กระบวนการสื่อสารผ่านเครื่องมืออิเลคทรอนิค ต้องหาวิธีทำให้ระบบการสื่อสาร ระหว่างหัวหน้าส่วนกลาง
    หัวหน้าส่วนกลางในภูมิภาค หัวหน้าส่วนภูมิภาค และลูกน้อง ได้มีการเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน เข้าใจตรงกัน  หัวหน้าจะต้องพัฒนาตนเองและลูกน้องในเรื่องต่อไปนี้
     - การใช้เครื่องมือสื่อสารทางอิเลคทรอนิค เช่น การมีขีดความสามารถในการเปิด Internet เข้าใจระบบ
        การสื่อสารข้อมูล
    - ทำความเข้าใจกฎหมายทางด้านปกครองที่เกี่ยวข้อง เช่น พรบ.ข้อมูลข่าวสาร  พรบ.ว่าด้วยการเสนอราคากับส่วนราชการ กฎระเบียบต่าง ๆ ของ สตง. องค์กรต่างๆ ที่มีหน้าที่กำกับดูแล       เช่น   ศาลปกครอง ปปช. องค์กรอิสระอื่น ๆ
    - เร่งรัดการจัดซื้อ จัดจ้างทาง Internet

4. การปรับปรุงหน่วยงานตนเอง โดยการใช้ระบบ 5 ส. และ ระบบ PSO.

5. การโยกย้ายข้าราชการ ขอให้ดำเนินการอย่างโปร่งใส ต้องช่วยกันขจัดคนที่ทุจริต และประพฤติมิชอบ
     การให้ความช่วยเหลือเกษตรกร

1. การช่วยเหลือเกษตรกรจากภัยธรรมชาติในรูปแบบใหม่ โดยโอนเงินเข้า ธกส.  เป็นโครงการที่ต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จภายในสิ้นเดือนธันวาคมนี้ให้ได้ประมาณ 60%    การดำเนินงานมีขั้นตอนที่สำคัญ ดังนี้
     1) การสำรวจความเสียหายตามแบบฟอร์ม กษ. 1 และ กษ. 2 ต้องมีความแม่นยำ          ข้อมูลที่จัดเก็บต้องเป็นรายบุคคลเน้นตัวเกษตรกรที่ได้รับความช่วยเหลือไม่ใช่หน่วยงานที่ไปให้ความช่วยเหลือ     

     2) ดำเนินการตามกระบวนการโดยให้ข้อมูลผ่านคณะกรรมการตามลำดับขั้น  ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการระดับอำเภอ  หรือคณะกรรมการระดับจังหวัด
     3) การประกาศบัญชีรายชื่อเกษตรกรที่ได้รับความช่วยเหลือ ต้องติดประกาศในพื้นที่ ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน และ   อบต. 3 วัน เพื่อให้เกษตรกรได้มีการตรวจสอบกันเอง
     4) การออกหนังสือรับรอง การสะกดชื่อ ที่อยู่ต้องชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อน
     5) ต้องเตรียมข้อมูลให้พร้อมสำหรับการถูกตรวจสอบจากหน่วยงานต่าง ๆ

2. การช่วยเหลือเกษตรกรจากภัยทางเศรษฐกิจ เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ผลไม้ กระบวนการช่วยเหลือ   หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน ขอให้อธิบดี     หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดพิจารณารูปแบบ (format) ให้ชัดเจน ใครรับผิดชอบเรื่องอะไร  เราควรรับผิดชอบในสิ่งที่เรารับผิดชอบได้เท่านั้น

ที่มา : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์